ง่วงแบบ รู้สึกผิด

posted on 18 Feb 2010 04:33 by anti-design

ไม่ได้นอนเพราะนั่งเผางาน -,-" ง่วงชิบหาย

งานที่ลูกค้า จ้างมาด้วยราคาแสนถูกจน...

รู้สึกว่าตัวเองบาปที่ทำลายวงการวิชาชีพตัวเอง

รู้สึกผิดต่อเพื่อนที่ชวนมาร่วมทีมรับกรรมงานนี้

รู้สึกผิดต่อบริษัทที่ใช้เวลาไปมากเกินความจำเป็นเมื่อเที่ยบกับตัวเงิน

กลัวอาจารย์จะตบหัวเมื่อเห็นเรารับงานอย่างนี้จริงๆ

 

ทำไมลูกค้ามันไม่คิดมั่งวะว่า กูก็ต้องกินข้าวบ้าง

ทำธุรกิจก็น่าจะรู้ว่า ของที่ถูกและดี มันไม่มีในโลกว้อย

ตอนนี้ยอมมันไปก่อน...  ฮึ่ม กำขี้ดีกว่ากำตดหล่ะวะ

 

 

 

ที่เดิม

posted on 26 Jan 2010 20:54 by anti-design

ช่วงเดือนนี้ซวย

มากๆๆๆๆๆ

เริ่มตั้งแต่ คอมเจ๊ง ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ

มือถือหาย มือถือพัง

ต้องซื้อเครื่องที่พังคืนออฟฟิซ T,T

(ดันไปตกลงกันแต่แรกว่าถ้าของใครพังถือว่าซวยซ่อมเองไป)

หูฟังสายขาดใน

เหอๆ ซวยจิงๆ

ต้องระวัง มากๆๆๆๆๆ พยายามยังงัยก็ลืมทุกทีถ้าเกิดว่าเผลอ เหอๆ

เฟวตัวเองจิงๆ นี่มีคนทักมาว่าปี้นี้จะซวยหนักอีก ไม่รู้อะไรจะซวยไปกว่านี้ได้อีกเนี่ย

นี่เพิ่งจะต้นปีเอง ฮือๆๆๆ

 

ไม่ได้เข้ามาในนี้นานมากๆ

เคยตั้งใจว่าจะเลิกเล่นไปแล้ว แต่อะไรก็ไม่รู้ทำให้กลับมา

ที่ตรงนี้อีกครั้ง...

ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้มาเขียนอีก

แต่ก็จะพยายามเข้ามาเขียนบ่อยๆนะ

 

 

เชิญไปดูรูปได้ค้าบบบ

posted on 19 Jun 2008 00:20 by anti-design

เอารูปที่ถ่ายๆไว้ไปโพสไว้ที่

antidesign.multiply.com

เข้าไปชมได้นะค้าบบ

แล้วก้อติชมได้หล่ะ

เน้น คอมเม้นเยอะๆ จะได้ปรับปรุงไว้ถ่ายรูป มาหั้ยได้ชมกันนะค้าบบบ ^^ 

จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ผมกะจะพิมพ์ไว้ตอนแรกหล่ะ

แต่เนื่องจากผีขึ้เซาเข้าสิง เรยทำให้หยุดกิจกรรมทุกอย่าง ฮ่าๆ

แต่ต้องขอเล่าย้อนไปนิดนึง

เมื่อสองวันที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปทำงานที่ชลบุรีมา

เป็นงานRoad show ของคณะนึงของ มธ จัดขึ้นที่เคป ศรีราชา

ด้วยความรู้ด้านภูมิศาสตร์ที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย

ทำให้ผมรู้จักแต่ซ้อสพริกศรีราชา แต่ว่าที่จริงแล้ว ศรีราชาเป็นเมืองที่ทะเลไม่ได้มีความสวยซักกะนิดเรยจิงๆ

แต่เป็นเมืองที่น่ารักเมืองนึงมากๆ เป็นเมืองชายทะเลที่มีความเป็นเมือง ลักษณะของผังเมืองและ สิ่งต่างๆในเมือง

กลับดูลงตัวเหมือนโกหก ไม่ได้บอกว่ามันดีหรือว่าถูกหลักอะไรนะครับ แต่ว่ามันดูว่าใช่เรยเรากำลังอยู่ที่เมืองที่ เป็นเมืองท่า เมืองหนึ่ง โดยเฉพาะ ไอ้ที่มันคล้ายๆประภาคารตรงๆข้างโรงแรมที่ผมไปทำงานเนี่ย

ได้จัยมากๆ (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา เหอ เสียดายจริงครับ) เป็นเมืองที่มีห้างสรรพสินค้าถึงสองแห่ง(เท่าที่ผมเห็นนะครับ) และที่สำคัญ ร้านอาหารญี่ปุ่นเยอะพอๆกับซอยทะนิยะแถวบ้านเราเรยทีเดียว(อาจจะเยอะกว่าด้วยซ้ำ)

โอเคสำหรับ ตัวเมืองถือว่า ผ่าน อารมณ์ได้ บรรยากาศได้ เหมาะเอาไว้ถ่ายรูปสวยๆได้เรยทีเดียว

หลังจากที่ผมทำงานเส็ดสิ้น ได้รับเกียรติจากท่านคณบดีท่านนึงของ มธ เจ้าของคณะที่ผมไปทำงานให้นี่หล่ะ

ท่านได้เชิญผมและพี่ๆในทีม ไปลองชิม เครื่องดื่มที่บาร์ ของ มธ วิทยาเขต ชลบุรี พยาธิแอลกอฮอลในท้องผมรีบเดินขบวนให้ตอบรับการเชิญไปชิม อย่างรวดเร็ว

ไม่นานนักเราก็เดินทางถึง มธ วิทยาเขต ชลบุรี ต้องบอกว่า นี่มันโรงแรม บูธิค ชัดๆ

(แล้วท่านอาจารย์ หม่อม (ชื่อของท่านคณบดี) ก็ไขข้อสงสัย เพราะว่าจริงแล้วที่นี่เปิดเป็นโรงแรมด้วย)

ข้างในล็อบบี้โรงแรมก็มีบาร์เป้าหมายของพวกผมอยู่ เจ้าของบาร์ก็ใจดีเลี้ยงเครื่องดื่มในทุกรายการที่มีเรยทีเดียว

(จิงๆเค้าทำให้ชิมมากกว่า ไปเปิดซิง เหล้าเค้าเรยว่างั้น) บางอันก็อร่อย บางอันก็ต้องปรับปรุง พวกเราก็ได้แต่ชิมไปบ่นไป แต่เล่นเอา มึนได้เหมือนกัน ไม่กล้าซัดโฮกกันทำได้แค่จิบๆกันไป ท้องว่างอ่ะนะ ถ้ากินแบบเต็มลิมิตสงสัยต้องมีการหามกลับแน่ๆ แต่มีอันที่ประทับใจผมอยู่ หนึ่งรายการ

LC cooler มาจาก learning center cooler ที่มาของชื่อยู่ที่ส่วนผสม

จะมีนม(กินแล้วมีความรู้ เหอๆ)ผสมกับ รัม โอ้ว พระเจ้า

รสชาติ บอกได้คำเดียววว่า ฟัคยู รส เหี้ยได้อีก ไม่รู้จะบรรยายยังงัยครับ

ถ้าอยากทดลองก็เอานมมันๆตาหมี

ในกระป๋องผสมแสงโสมดู อาจจะเติม น้ำมะนาวแล้วก้อ น้ำสับปะรด ไปอีกนิด

ลองดูครับเป็นเครื่องดื่มสำหรับคนอยากเลิกกินเหล้า (กินแล้วจะไม่อยากกินแอลกอฮอลไปอีกหลายวัน)

หลังจากที่พวกเราตกนรกทั้งเป็นกับLC cooler แล้ว อาจารย์หม่อม ท่านคงจะสงสาร ที่่พาพวกเรามาทรมาน

ท่านเลยพาพวกเราไปเลี้ยงข้าวเย็นที่ร้าน ตังเก

ซึ่งได้ยินมาว่าเป็นร้านขึ้นชื่อของจังหวัดนี้เรยทีเดียว

ตัวร้านติดทะเล มีโบสถ์ ที่สร้างไม่เส็ดอยู่กลางทะเลเป็นบรรยากาศที่เท่ๆ ไม่เหมือนค้ยของร้านนี้

พวกผมก็สั่้งไปตามปกติ ตามเมนูดีฟอล แต่แล้ว ก้อมีอย่างนึงที่น่าสงสัย ก็คือ

หน้าสุดท้ายมีใข่เจียวที่เขียนว่า ห้ามสั่งหลังหกโมงเย็น

พวกเราก็เรยถามว่า ทำไมหล่ะ(วะ)คับทำไมถึงห้ามสั่งหลัง หกโมงเย็น

เด็กเสริฟก็บอกว่า มันทำยากครับ ใช้เวลานาน ทำให้เสียเวลาอาหารจานอื่นๆ

พอพูดอย่างนี้เส็ด ทุึกคนก็ยิ่งอยากจะกินเข้าไปอีก เลยถามเค้าว่า (ดูนาฬิกามันจะทุ่มนึงแล้ว)

อยากทานยังพอจะทำให้ได้รึปล่าว เด็กเสริฟเลยวิ่งไปดูหั้ยในครัวและวิ่งกระหืดกระหอบมา

แล้วบอกว่า โอยยย ยังทันครับพี่ รับเลยมั้ยครับ แม่ครัวตกลงทำให้ครับ

พวกผมเลยดีจัยมากๆๆๆ จัดไปเลย สองที่ครับน้อง น้องบอกว่า รอซักประมาณ 20 นาทีนะครับ

พอเห็นหน้าตาจริงๆแล้ว ก็อคือ ไข่เจียวหมูสับก้อนกลมๆ อมน้ำมัน ธรรมดา

(หมายเหตอันละ 60 บาืท)

รสชาตก้อทำมะด้าทำมะดา ท้ายสุดพวกเราถึงสรุปกันว่า นี่เป็นแผนของที่ร้านป่าวหว่ะ

ที่ทำให้ประชาชนชาวไทย อยากกิน แล้วทำทีว่ากว่าจะกินได้ ทำให้คนรีบสั่งทันที 

สงสัยจะเป็นหลักการตลาด....

พวกเราเป็นผู้บริโภคที่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดตั้งแต่เด็กยันแก่จริงๆ !!!